วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ความเป็นมาของวันเข้าพรรษา

ความเป็นมาของวันเข้าพรรษา
ต ร ง กั บ วั น แ ร ม ๑ ค่ำ เ ดื อ น ๘
"เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เว้นแต่มีกิจธุระเจ้าเป็นซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืนเรียกว่า สัตตาหะ หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์ แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด ระหว่างเดินทางก่อนหยุดเข้าพรรษา หากพระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆองค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า "วิหาร" แปลว่าที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้งถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีกเพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศัรทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า "อาราม" ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้
โดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น มีเพียงอัฏฐบริขารอันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ำฝนสำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษในเข้าพรรษานับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมา











วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อัพเดทแปลงนาข้าวเกษตรอินทรีย์ของอบต.หนองชิ่ม










         หลังจากต้นข้าวได้เริ่มหว่านลงไปในแปลงผืนนาที่ได้ทำการไถพรวนดินเอาไว้ สามสัปดาห์ต่อมาก้ได้เจริญเติบโตเป็นต้นข้าวเขียวขจีไปทั่วท้องทุ่ง   ทำห้ผืนดินกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิม  วิถีชีวิตก็ได้เริ่มต้นขึ้น  วิถีแห่งชาวนาไทย   กระดูกสันหลังของชาติก็ได้เริ่มหน้าที่แรกคือการใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อบำรุงต้นข้าวในนาข้าวเพื่อให้เจริญเติมโตสมบูรณ์.....


การทำนาข้าวเกษตรอินทรีย์แบบเศรษฐกิจพอเพียง อบต.หนองชิ่ม


วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ฟื้นผืนนากับการมาของหน้าฝนเริ่มไถแปรทำนาข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษ



เริ่มต้นฤดูการทำนาในปีนี้  ถึงแม้ว่าฝนจะมาหล้าไปสักหน่อยแต่ก็เพียงพอที่จะมีน้ำสำหรับทำนาข้าวเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษ กัน





           มาพร้อมกับทีมงานและความมุ่งมั่น  นำโดย ท่านดร.ธนกรณ์ชาวแกลง  พร้อมทีมงานที่จะมาร่วมกันทำนาข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษ  ณ ที่แห่งนี้  เพื่อพลิกฟื้นผืนนาที่ร้างเป็นนาข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางที่พ่อหลวงของเราได้ให้เอาไว้


วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ขอเชิญร่วมเป็นเกียรติในงานตัดสินการประกวดภาพถ่าย ภายใต้หัวข้อ "หนองชิ่มบ้านฉันตามรอยพ่ออย่างพอเพียง"

ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเป็นเกียรติ์ในงานตัดสินการประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ "หนองชิ่มบ้านฉันตามรอยพ่ออย่างพอเพียง" ซึ่งชิงรางวัลมูลค่ารวม 50,000 บาท จากทางร้านไอดินกลิ่นทุ่ง และร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน ณ ร้านไอดินกลิ่นทุ่ง ในวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคมนี้ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป.... อย่าพลาด